ธุรกิจ Food Delivery สอนอะไรเราใน 3 ปีที่ผ่านมา? และ SME จะมี Delivery ของตัวเองได้ไหมในปี 2026?
ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ตลาด Food Delivery ในประเทศไทยได้พลิกโฉมวงการอาหารอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จากสิ่งที่เคยเป็นทางเลือกยามฉุกเฉิน กลายเป็นช่องทางหลักในการทำธุรกิจสำหรับร้านอาหารจำนวนมาก แต่ในความรุ่งโรจน์นั้น ก็มีบทเรียนสำคัญที่ผู้ประกอบการ SME ได้เรียนรู้อย่างเจ็บปวด และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมในปี 2026 นี้หลายคนจึงเริ่มตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการมีระบบเดลิเวอรี่เป็นของตัวเอง เพื่อความยั่งยืนในอนาคต
5 บทเรียนสำคัญที่ได้จากธุรกิจ Food Delivery (2022-2025)
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างถาวร (The Permanent Shift) การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้คนไทยคุ้นเคยกับการสั่งอาหารออนไลน์มากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้จะจบยุควิกฤตไปแล้ว แต่ความสะดวกสบายของการกดสั่งอาหารจากแอปพลิเคชันก็ยังคงเป็นพฤติกรรมหลักในชีวิตประจำวันของผู้คนจำนวนมาก ตลาด Food Delivery จึงไม่ได้เป็นแค่กระแส แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศทางธุรกิจร้านอาหารไปแล้ว
ค่า GP ที่สูงขึ้นจนน่าตกใจ (The Rising GP Dilemma) นี่คือประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับร้านอาหารมากที่สุด ร้านค้าหลายแห่งต้องเผชิญกับค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม (GP) ที่สูงถึง 25-35% ของยอดขาย ซึ่งหมายความว่ากำไรที่ควรจะได้รับหายไปอย่างน่าใจหาย ตัวอย่างเช่น หากขายอาหารได้ 100 บาท ร้านค้าอาจจะเหลือกำไรเพียง 5-10 บาท หลังจากหักต้นทุนและค่า GP แล้ว การอยู่บนแพลตฟอร์มจึงเป็นเหมือนดาบสองคมที่ต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
แพลตฟอร์มกลายเป็น Gatekeeper (The Gatekeeper Effect) แอปพลิเคชันเดลิเวอรี่ขนาดใหญ่ไม่ได้เป็นแค่ช่องทางการขาย แต่เป็นเหมือน "ประตู" ที่ร้านอาหารต้องผ่านเพื่อเข้าถึงลูกค้าจำนวนมหาศาล ทำให้ร้านค้าไม่มีทางเลือกมากนักและต้องยอมรับเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นค่าคอมมิชชั่นที่สูง หรือข้อจำกัดในการเข้าถึงลูกค้า ทำให้ร้านค้าต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มเหล่านี้อย่างสมบูรณ์
ร้านค้าไม่ได้เป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้า (Loss of Customer Data) หนึ่งในบทเรียนที่สำคัญที่สุดคือ ร้านค้าไม่ได้เป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้าที่แท้จริง ข้อมูลทั้งหมดอยู่กับแพลตฟอร์ม ทำให้ร้านค้าไม่สามารถรู้ได้ว่าลูกค้าของเราคือใคร มีพฤติกรรมแบบไหน หรือสั่งอาหารบ่อยแค่ไหน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว หรือทำโปรแกรมสะสมแต้มเพื่อรักษาฐานลูกค้าประจำ ลูกค้าจึงเป็น "ลูกค้าของแพลตฟอร์ม" ไม่ใช่ "ลูกค้าของร้าน"
ต้นทุนการตลาดที่สูงขึ้น (Escalating Marketing Costs) เมื่อมีร้านอาหารจำนวนมากเข้ามาแข่งขันกันบนแพลตฟอร์ม การที่ร้านจะโดดเด่นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป ร้านต้องจ่ายเงินค่าโฆษณาเพื่อดันอันดับ (Ranking) ของร้านให้ลูกค้าเห็นมากขึ้น ซึ่งทำให้ต้นทุนทางการตลาดเพิ่มสูงขึ้นไปอีกในแต่ละเดือน
SME จะมี Delivery ของตัวเองได้ไหมในปี 2026?
คำตอบคือ “ทำได้ และควรเริ่มทำ” เพราะการมีระบบเดลิเวอรี่เป็นของตัวเองจะช่วยแก้ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นได้ แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน
ข้อดีของการมี Delivery เป็นของตัวเอง:
- เป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้าโดยสมบูรณ์: ทำให้คุณสามารถทำ CRM และ Loyalty Program เพื่อสร้างความภักดีของลูกค้าในระยะยาว และสามารถนำข้อมูลไปต่อยอดทางธุรกิจได้
- ไม่ต้องเสียค่า GP: กำไรทั้งหมดกลับมาอยู่กับร้านอย่างเต็มที่ ทำให้มีมาร์จิ้นเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- ควบคุมประสบการณ์ลูกค้าได้เต็มที่: คุณสามารถจัดการทุกขั้นตอนได้เอง ตั้งแต่การรับออเดอร์จนถึงการจัดส่ง ทำให้สามารถรักษามาตรฐานและสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
ข้อจำกัดที่ต้องคิดให้ดี:
- ต้นทุนการพัฒนาระบบ: การสร้างแพลตฟอร์มและระบบหลังบ้านต้องมีงบประมาณและเวลาในการพัฒนา
- การจัดการไรเดอร์และโลจิสติกส์: การบริหารจัดการไรเดอร์ การวางแผนเส้นทางการจัดส่ง และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องใช้ความเชี่ยวชาญ
- การสร้างพฤติกรรมลูกค้า: การจะทำให้ลูกค้าที่เคยชินกับการใช้แอปใหญ่หันมาสั่งผ่านช่องทางของคุณเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก
ทางออกที่ดีที่สุดในปี 2026: Hybrid Model
ในปี 2026 นี้ ร้านค้า SME ไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง "อยู่บนแพลตฟอร์ม" หรือ "ทำเอง" เพียงอย่างเดียว แต่สามารถใช้กลยุทธ์แบบ Hybrid Model ได้อย่างชาญฉลาด นั่นคือการ ใช้แพลตฟอร์มเพื่อหาลูกค้าใหม่ และ สร้างช่องทางเดลิเวอรี่ของตัวเองสำหรับลูกค้าประจำ ไปพร้อมๆ กัน
กลยุทธ์นี้จะช่วยให้คุณยังคงมีช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าจำนวนมากบนแพลตฟอร์มใหญ่ ในขณะเดียวกันก็ค่อยๆ สร้างฐานลูกค้าที่ภักดีของตัวเองบนช่องทางใหม่ ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มใหญ่ และสร้างรากฐานที่ยั่งยืนให้กับธุรกิจในอนาคต เพราะโลกของ Food Delivery กำลังเปลี่ยนไปอย่างถาวร และถึงเวลาแล้วที่คุณจะเริ่มคิดถึงทางออกนี้อย่างจริงจัง

